ไล่เขาออกซะ

หัวหน้าทีมมาร์เก็ตติ้งที่ไม่เคยคิดที่จะจักงานอีเว้นท์เพื่อโปรโมทแบรนด์ของคุณอย่างจริงจัง ไล่เขาออกไปเลย!

หรือไม่ก็ … ให้เขาอ่านสิ่งที่เรากำลังจะบอกคุณ

คุณรู้มั้ยว่า ผู้บริโภคกว่า 74% มีความคิดเห็นที่ดีขึ้นเกี่ยวกับแบรนด์หลังได้ร่วมงานอีเว้นท์ของแบรนด์นั้น ความคิดเห็นเกี่ยวกับแบรนด์ก็ดีนะ แต่มันจจะคุ้มกับค่าจัดงานจริงๆ เหรือ?

รายงาย Event Track 2018 แสดงว่า ผู้บริโภคถึง 98% รู้สึกอยากอุดหนุนธุรกิจนั้นมากขึ้น หลังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของแบรนด์ในงานอีเว้นท์

ตั้ง 98% แหนะ! เป็นเพราะคำว่า กิจกรรม โดยเฉพาะเลย!

งานอีเว้นท์แบบดั่งเดิม เดี๋ยวนี้เอาไม่อยู่แล้วนะ คุณจะต้องมีความตื่นเต้น มีที่ดึงดูด มีการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ อย่างแท้จริง

แล้วก็ต้องส่งเสริมให้พวกเขาโปรโมทแบรนด์คุณต่อจากนี้ไปอีกด้วย

แล้วจะทำดังนี้ให้สำเร็จหมดได้ยังไงกันละ?

ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา เราได้ทำงานกับธุรกิจและแบรนด์นับร้อย รวมไปถึงผู้จัดงานอีเว้นท์ งานแต่งงาน งานปาร์ตี้ และ เอเจนซี่ต่างๆ วันนี้ Impressius ได้นำความรู้ทั้งหมดที่เรารวบรวมมาแบ่งปันให้กับคุณ

เราจะนำคุณไปทำความคุ้นเคยกับเคล็ดลับที่เวิร์คที่สุดในวงการ อีเว้นท์องค์กร 21 ข้อ ซึ้งก็คือ:

  1. ตั้งตัว บล็อกให้สุด!
  2. Hashtag ที่เป็นเอกลักษณ์
  3. เพิ่มประสิทธิภาพให้กับสถานที่จัดงาน
  4. เข้าใจแขกของคุณ
  5. สร้างชุมชนออนไลน์ของตัวเอง
  6. ผสมผสานเทคโนโลยีอย่างลงตัว
  7. จุดสนุกๆ ต้องมี
  8. รักษา อินฟลูเอนเซอร์ ไว้ให้ดี
  9. เน้นโชว์น่าอัศจรรย์ หรือ วิทยากรน่าทึ่ง
  10. ป้ายชื่อ สำคัญจริงๆ!
  11. โพลล์ แบบ ไลฟ์
  12. เกม และ การประกวดต่างๆ
  13. แอพพลิเคชั่นมือถือ แสนสะดวก
  14. บล็อก สไตล์ ไมโคร
  15. ใครดี ได้รับสิทธิพิเศษ
  16. ดีไชน์บูธ ให้ชิค ให้เก๋
  17. ต่อด้วย อาฟเตอร์ ปาร์ตี้
  18. ชั่วโมงถามตอบ
  19. ดูแลแขกใหม่ๆ ด้วยเซสชั่นพิเศษ
  20. หนังสือหรือผนัง แชร์โปรไฟล์แขก
  21. ขอบคุณทางอีเมล

แลัวนี้คือ เคล็ดลับการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ให้กับงานอีเว้นท์ของคุณ ทั้ง 21 ข้อ ไปดูกันเลย!

1. ตั้งตัว บล็อกให้สุด!

เรารู้กันอยู่แล้วว่าแขกที่มีส่วนร่วมในงานดีสำหรับธุรกิจอย่างไร เพราะฉนั้นขั้นตอนแรกที่สำคัญก็คือการดึงดูดให้เขามาร่วมงานให้ได้

เริ่มโดยการสร้างโพสต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับไฮไลท์ทั้งหมดในงานของคุณ ผู้ร่วมงานจะตั้งหน้าตั้งตารอพบประสบการณ์ดีอะไรบ้าง จัดให้น้ำลายหยดกันไปเลย!

อย่าลืมแชร์ บล็อกโพสต์ ไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณด้วยละ ทุกช่องทางเช่น Facebook, Instagram, Twitter มีข้อดีต่างกัน ถ้าเอาให้ดีควรปรับแต่งข้อความและการพรีเซ้นให้เหมาะสมกับผู้ชมของช่องทางนั้นๆ

ในมุมขยาย บล็อก ที่มีคอนเท้นดีเยอะๆ จะช่วยส่งผลให้กับคุณค่าออนไลน์ของแบรนด์คุณด้วย

2. Hashtag ที่เป็นเอกลักษณ์

ก่อนมีอีเว้นท์ทุกครั้ง การทั้ง hashtag ประจำงานที่คมสัน คือสเต็ปที่พลาดไม่ได้กันเลยทีเดียว

การฝช้ hashtag ในโซเชียลมีเดียคือการดึงผู้บริโภคทั้งใหม่และเก่ามาที่หน้าแบรนด์คุณอย่างฟรีๆ แถมยังช่วยโปรโมทสินค้าหรือบริการได้อย่างว่องไวด้วย

เมื่อคุณเจอ hashtag ที่ลงตัวแล้ว คุณจะสามารถใช้มันสร้างชีวิตชีวาให้กับแบรนด์คุณตั้งแต่ก่อนงานจนผ่านวันงานมาแล้วได้เลย

เราแนะนำให้ใช้ hashtag ที่สั้นและเป็นเอกลักษณ์ หากอ่านต่อไปเรื่อยๆ คุณจะเห็นว่าเคล็ดลับข้อ 6 ช่วยเรื่องนี้ได้อีกด้วย!

#swatchXme instagram print

Hashtag สุดเท่ของยี่ห้อนาฬิกาชื่อดัง #swatchXme ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ – กิจกรรมนำโดย Impressius!

3. เพิ่มประสิทธิภาพให้กับสถานที่จัดงาน

สิ่งแรกเลย อย่าให้แขกที่มางานต้องหลงทาง!

ไม่ใช้เฉพาะตอนหาสถานที่ที่จัดงานนะ แต่ภายในงานด้วย!

หากคุณมาสถานที่จัดงานที่ใหญ่พอสมควร แผนงานและการทั้งจุดต่างๆ ของงานควรช่วยให้แขกได้ลิ้มรสจุดที่สำคัญได้อย่างง่ายดาย พวกเขาจะได้ใช้เวลาที่มีเข้าร่วมกิจกรรมที่คุณเตรียมไว้ให้

จุดสั่งกาแฟ ของทานเล่น และเครื่องดื่ม ควรจะเรียบง่ายและไม่เปลืองพื่นที่

เอาความสวยสง่าหรือความเท่มาไว้กับจุดที่คุณต้องการให้พวกเขาอยู่มากที่สุด

Coca-Cola corporate event
การตกแต่งสถานที่ใช้ยุทธศาสตร์อย่างยอดเยี่ยมของ Coca-Cola

4. เข้าใจแขกของคุณ

ก่อนที่จะมีอีเว้นท์ใดๆ ทั้งสิ้น ผู้จัดจะต้องรู้จักแขกกลุ่มที่จะมางานอย่างลึกซึ่ง

ข้อมูลที่จะช่วยให้คุณจัดอีเว้นท์ที่แขกชื่นชอบมาจากคำถามง่ายๆ ที่คุณควรมีคำตอบพร้อม เช่น พวกเขามาจากไหน ทำงานที่ไหนและกับบริษัทประเภษไหนบ้าง พวกเขาให้ความสนใจกับอะไรมากที่สุดในการมางานของคุณ ถ้าคุณตอบโจทย์ทั้งหมดของแขกร่วมงาน แบรนด์คุณจะเป็นที่จดจำได้อย่างง่ายดาย และ พวกเขาจะพูดถึงคุณกับเพื่อนๆ และบนช่องทางโซเชียลมีเดียด้วย

ใช้เวลาวางแผนให้รอบคอบ ทุกอีเว้นท์จจะต้องมีความพิเศษที่เข้าถึงแขกที่จะมา

5. สร้างชุมชนออนไลน์ของตัวเอง

ในวันนี้ มีบริษัทเกือบ 50% ที่เชื่อว่าโซเชียลมีเดียคือตัวยงในการเพิ่มความตื่นเต้นภายในแวดวงแขกที่จะมาอีเว้นท์

แขกของคุณจะเริ่มพูดคุยกัน เพื่อทำความรู้จากหรือวางแผนสำหรับวันงาน บน LinkedIn หรือ อื่นๆ เพราะฉนั้นติดตามกระแสอีเว้นท์คุณให้ดี และมุ่งเน้นการโปรโมทไปยังที่ที่คุณคิดหรือเห็นว่าจะเกิดชุมชนออนไลน์เกี่ยวกับอีเว้นท์ของคุณได้มากที่สุด

6. ผสมผสานเทคโนโลยีอย่างลงตัว

เราตื่นเต้นกับการแบ่งปันเคล็ดลับข้อนี้ให้กับคุณมาก

หากคุณคุ้นเคยกับการจัดอีเว้นท์ คุณจะรู้ถึงความสำคัญของรูปถ่ายในงาน และความยากลำบากในการมอบรูปของแขกแต่ละท่านให้ถึงมือพวกเขาหลังงาน

แต่เรามีคำตอบให้คุณ:

Impressius คือเครื่องปริ้นรูปที่ระลึกจากโซเชียลมีเดีย ที่ทั้งชิค ทั้งเรียบง่าย สร้างสีสันให้กับงานของคุณอย่างลงตัว ในราคาที่ย่อมเยา เหมาะสม

เทคโนโลยีของ Impressius พิเศษตรงที่แขกทุกคนถ่ายรูปเองจากจุดไหนก็ได้ในงาน แล้วก็ปริ้นรูปไซส์เล็กน่ารัก หรือ แชร์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเขาได้เลยทันที

นี้แหละ คือโอกาสที่เพอร์เฟคที่สุดสำหรับการนำ hashtag ที่ตั้งไว้ของคุณมาใช้ให้เป็นประโยชน์ คุณสามารถให้แขกโพสต์รูปโดยใช้ hashtag แล้วเครื่อง Impressius ก็จะดึงมันมาปริ้นออกมาในกรอบโลโก้แบรนด์คุณได้ภายในคลิกเดียวเท่านั้น!

ยังไม่พอ ข้อมูลโปรไฟล์และอีเมลของแขกจะถูกเก็บไว้ในระบบ พร้อมกับรูปที่พวกเขาปริ้นหรือแชร์ เพื่อให้คุณนำไปใช้ทำการตลาดในอนาคต

Impressius คือ photobooth ของโลกอนาคต ที่จะช่วยคุณสร้างความสัมพันธ์และความทรงจำดีๆ กับแขกที่มางาน แล้วเขาที่มีรูปนี้คอยทำให้ระลึกถึงประสบการณ์ที่มีคุณค่าจากงานของ
แบรนด์คุณ.

Impressius print out
Cinematic letter display

7. จุดสนุกๆ ต้องมี

การนำความสนุกเข้ามาในงาน จะช่วยให้แขกอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น
แขกที่ตั้งใจจมางานอีเว้นท์นั้น ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ พบปะผู้คน และสนุกกับคอนเท้นที่คุณเรียบเรียงมาให้

ในด้านนี้ คุณไม่จำเป็นต้องแสวงหาวิธีใหม่ๆ

ให้ซับซ้อนก็ได้ ไอเดียการเพิ่มความสนุกเพลิดเพลินให้กับอีเว้นท์ธุรกิจนั้น

หาได้โดยการเสิร์ชในเว็บต่างๆ

เพียงแค่คุณ หรือลูกทีมของคุณ สังหาสิ่งที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณที่สุด

เราแนะนำกิจกรรมที่เข้าใจง่ายอยู่แล้ว เพื่อให้แขกรู้สึกสบายใจในการเข้าร่วม

Mascot driving engagement at conference

แมสกอต + Impressius = ความสนุกที่เรียบง่ายจริงๆ!

8. รักษา อินฟลูเอนเซอร์ ไว้ให้ดี

อินฟลูเอนเซอร์ ของแบรนด์คุณ เป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลไม่น้อยเลยทีเดียว

หากคุณมีอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ แบรนด์ของคุณก็จะขยายตัวในเน็ตเวิร์กที่ดีตามกัน

เพราะอินฟลูเอนเซอร์ที่ดีจะพูดถึงและโปรโมทแบรนด์หรืองานของคุณไปยังแขกหรือลูกค้าที่เชื่อฟังพวกเขาได้อีกเป็นหมื่นๆ คน (หรือมากกว่านั้นก็เยี่ยมไปเลย!) และ ก็จะมีอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นที่คล้ายกันอีกด้วยที่กำลังติดตามพวกเขาอยู่

หากคุณยังไม่มีอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ต้องห่วง!

มีบริษัทอยู่มากมายที่จะช่วยคุณหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ากับแบรนด์คุณได้อย่างง่ายดาย
Mavenful.com คือบริษัทอีกหนึ่งเจ้าที่มีการส่งมอบรายงานการติดตามผลงานของอินฟลูเอนเซอร์ที่ตกลงมาทำงานกับแบรนด์คุณ

Elon Musk speaking on stage

Credit: www.ccn.com

9. เน้นโชว์น่าอัศจรรย์ หรือ วิทยากรน่าทึ่ง

นอกจากผู้คนที่มาร่วมงานแล้ว ไฮไลท์ของงานก็คืออีกสิ่งที่คุณจะต้องมุ่งเน้นการสนับสนุนให้

ไม่ว่าไฮไลท์ของคุณจะเป็นโชว์ การพรีเซ้นท์ หรือ วิทยากรที่เชิญมาเผยแพร่ความรู้ แขกทุกคนในงานจะจจับตาดูอย่างใจจดใจจ่อแน่นอน

เพราะฉนั้น ไฮไลท์ในอีเว้นท์ของคุณจะต้องถูกคัดเลือกมาอย่างดี

เพื่อให้แขกรู้ว่าแบรนด์คุณใส่ใจในความสนใจของพวกเขาถึงที่สุด

เราแนะนำให้คุณเก็บข้อมูลจากแขกล และ ผู้ติดตามโซเชียลมีเดีย (หรืออีเมล) ของคุณโดยการถามออกไปเลย ว่าพวกเขากำลังประสบปัญหาทางธุรกิจด้านไหนบ้าง หรืออยากจะเรียนรู้อะไรเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้
เมื่อรู้แล้ว ก็สังหาตามใจของพวกเขาเลย!

ฟังความต้องการของแขกจากเคล็ดลับข้อ 4 ให้ดีๆ แล้วคุณจะมีอีเว้นท์ที่เป็นที่รักของแขกที่สนใจจริงๆ!

Nike LinkedIn post

Credit: https://www.linkedin.com/company/nike/

10. ป้ายชื่อ สำคัญจริงๆ!

อิทธิพลของแขกไม่ได้สำคัญกับผู้จัดหรือแบรนด์เท่านั้นนะ มันเป็นสิ่งที่ดึงดูดแขกคนอื่นๆ ได้ด้วยแหละ!

นี้คือเหตุผลที่คุณดวรมีป้ายชื่อให้กับทุกคน ที่แสดงชื่อบริษัทและข้อมูลโปรไฟล์อื่นๆ ที่แขกท่านอื่นอาจต้องการเห็นและแชร์อย่างเป็นสาธารณะภายในงาน

ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว คุณควรใช้ป้ายชื่อพวกนี้ให้มีประโยสน์ขึ้นไปอีก โดยการทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในงาน เช่น การแบ่งสีป้ายชื่อ เพื่อให้แขกในงานคละกันเล่นเกม หรือการแจกส่วนลดและรางวัลอื่นๆ จากกานสุ่มหมายเลขป้ายชื่อ

มีไอเดียหลากหลายเลยหละ!

11. โพลล์ แบบ ไลฟ์

ระหว่างการพรีเซ้นท์ ให้โอกาสพิธีกรหรือวิทยากร ตั้งโพลล์หรือเซอร์เวย์ แบบไลฟ์สด ให้แขกได้ร่วมเล่น

เพราะผู้คนต่างก็ชอบตอบคำถาม โวท์ หรือทำเซอร์เวย์ เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาสนใจกันทั้งนั้น!

มันจะเพิ่มปฏิสัมพันธ์ได้อย่างเต็มที่ไปเลย แล้วก็จะช่วยให้ทีมมาร์เก็ตติ้งได้เก็บข้อมูลเอามาใช้พัฒนาแบรนด์ต่อไปอีกด้วย

Audience in conference

Credit: https://blog.sli.do/30-icebreaker-questions-audience-live-polling/

12. เกม และ การประกวดต่างๆ

แจกของและมอบรางวัลให้กับแขกที่มีส่วนร่วมในงานคุณ

เพื่อสร้างสีสันและความตื่นเต้น พร้อมเพิ่มความภัคดีของแขกหรือลูกค้าให้กับแบรนด์คุณด้วย

สิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือการประกาศบอกทุกคนในช่วงที่กำลังโปรโมทอีเว้นท์ ว่าจะมีเกมหรือการประกวดนี้เกิดขึ้น แขกที่ยังไม่ชัวร์จะได้มีแรงบันดาลใจกดคอนเฟริมมากันหน่อย!

แน่อยู่แล้ว เทคนิคนี้เป็นก็การเพิ่มปฏิสัมพันธ์ให้กับงานที่ดีเช่นกัน

Using VR at corporate event

Credits : https://www.logisticsinside.eu/category/events/

13. แอพพลิเคชั่นมือถือ แสนสะดวก

แอพพลิเคชั่นประจำอาจฟังดูยุ่งยาก และไม่ใช่ไอเดียที่ใหม่เลย แต่ที่แท้จริงแล้ว มันช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์และความพอใจให้กับแขกได้อย่างมาก

ด้วยแอพพลิเคชั่นนี้ คุณสามารถเอื้ออำนวยความสะดวกและเพิ่มพูนความเพลิดเพลินให้กับในงานโดยการใส่ แผนที่ภายในงาน ตารางเวลา หน้าจจอเกมหรือโพลล์ที่เราเพิ่งพูดถึงกัน และ ตัวช่วยอื่นๆ

นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถเก็บข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแขกที่ยินดีแชร์เข้ามาหาคุณอีกด้วย โดยเฉพาะถ้าพวกเขาประทับใจในประสบการณ์ในงานคุณนั่นเอง

14. บล็อก สไตล์ ไมโคร

ไมโครบล็อก คือการป้อนข้อมูลและข่าวสารที่น่าสนใจให้กับแขกและผู้ติดตามโซเชียลมีเดียของคุณในไซส์และเวลาสั้นๆ
ข้อนี้ เรียกง่ายๆ เลยคือการโพสต์อัพเดทให้กับแขกนั่นเอง เช่นการโพสต์รูปและข้อความสั้นๆ แต่โดนๆ ใน Twitter, Facebook หรือ Snapcchat ของแบรนด์คุณ

ผู้ที่ติดตามอ่านจะได้รับคอนเท้นที่คุณอยากสื่ออย่างว่องไว แล้วพวกเขาจะตอบสนองด้วย การแชร์หรือโพสต์ต่อ คำถามและคำตอบต่างๆ รูปของพวกเขาเองในงานหรือก่อนงาน และการใช้ hashtag กลับมา ในช่องทางที่คุณเลือกโพสต์

15. ใครดี ได้รับสิทธิพิเศษ

เทคนิคการแจกเป็นเทคนิคที่ทุกธุรกิจรู้ว่าได้ผลในการเพิ่มลูกค้า
ในงานนี้ คุณต้องการมอบสิ่งที่มีคุณค่าให้กับแขกของคุณ เช่น แจกส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษให้กับคนที่จดทะเบียนแสดงความสนใจในสินค้าหรือบริการของคุณ แจกสถานะ VIP ให้กับคนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมมากพอ หรือใบเชิญชวนมาร่วมทานอาหารกับเจ้าของแบรนด์อย่างคุณ

อะไรก็ตามที่คุณคิดว่าแขกจะชื่นชอบและเห็นคุณค่า เอามันมามอบให้พวกเขาซะ!

16. สำหรับบูธนิทรรศการ: ดีไชน์บูธ ให้ชิค ให้เก๋

การแจกใบปลิวแบบเมื่อก่อนนี้เอาไม่อยู่แล้วหละ

คุณจจะต้องมีอะไรที่ดึงดูดแขกในงานมาหาแบรนด์คุณ ให้ได้!.

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้จจัดงานนิทรรศการหรือผู้ตั้งบูธ การดีไชน์และตกแต่งบูธให้มีความน่าดึงดูดนั่นขึ้นอยู่กับรูปแบบประสบการณ์ที่คุณต้องการให้แขกได้รับเมื่อเขามาที่บูธนั้น

บูธที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้จะต้องมีกิจกรรมที่น่าสนใจ และเป็นจุดที่น่าถ่ายรูปและวีดีโอเพื่อโพสต์และแชร์ในโชเชียลมีเดีย

บูธนั้นควรทำตัวเป็นแม่เหล็กดึงดูด Lead นั่นเอง สิ่งที่คุณมีให้ที่บูธคือการตอบแทนแขกที่มาให้เวลา ความสนใจ และข้อมูลของพวกเขา

หากบูธของคุณตอบโจทย์ละก็ … ยินดีด้วย! คุณได้สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้นให้กับแบรนด์ของคุณได้เยอะพอสนควรเลย! คุณจะเห็นถึงความคุ้มของมันได้ในไม่ช้า

17. ต่อด้วย อาฟเตอร์ ปาร์ตี้

ทุกองค์กรต่างมีคนที่รักชอบการรื่นเริงกันทั้งนั้น นี้แหละคือโอกาสให้แบรนด์คุณจัดงาน อาฟเตอร์ ปาร์ตี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับแขกของคุณให้มากขึ้นไปอีก

งาน อาฟเตอร์ ปาร์ตี้ ที่ดีนั้นควรมุ่งเน้นไปที่การทำความรู้จักกับผู้ร่วมงานในบรรยากาศที่ไม่มีความตึงเครียดมากนัก เพื่อให้แขกทุกคนได้พูดคุยกันอย่างสบายตัว ภายใต้ชื่อของแบรนด์คุณซึ่งกำลังสนับสนุนความสนุกอีกรูปแบบและความรู้สึกกันเอง

หาก ปาร์ตี้ ไม่ใช้สไตล์คุณ คุณอาจจอยากจัดเป็นมื้อเที่ยงแบบชิคๆ ก็ได้เหมือนกัน

After party

Credit: https://www.gq-magazin.de/leben-als-mann/karriere/after-workparty-dresscode

18. ชั่วโมงถามตอบ

ตั้งจุดหรือเวลาเพื่อให้แขกถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งมี่พวกเขาสนใจในแบรนด์ของคุณ

คุณจะเพิ่มทั้งปฏิสัมพันธ์ ทั้งคุณค่า ความเชื่อถือ และ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กับแขกคุณอีกด้วย

Q&A session

Credit: www.freepik.com

19. ดูแลแขกใหม่ๆ ด้วยเซสชั่นพิเศษ

แขกที่มาร่วมงานเป็นครั้งแรก หรือ ยังไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ของคุณ อาจจรู้สึกอาย เหงา หรือ กังวลใจ ได้

นี้คือโอกาสทองที่คุณจะจุดความประทับใจแรกในตัวของพวกเขา คุณควรช่วยให้เขาได้รับคุนค่าจากงานของคุณให้มากที่สุด โดยการจัดเซสชั่นพิเศษให้พวกเขาได้พูดคุยกับ วิทยากร แขกคนอื่นๆ และ เจ้าของแบรนด์อย่างคุณ

เซสชั่นพิเศษจจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังงานก็ได้ ตราบใดที่แขกใหม่ๆ ได้รู้สึกความต้อนรับที่ดีจากแบรนด์คุณ พวกเขาจะกลับมาอีก แล้วก็แชร์ความประทับใจนี้ต่อไปด้วย

20. หนังสือหรือผนัง แชร์โปรไฟล์แขก

การเก็บข้อมูลติดต่อและความคิดเห็นหรือคำอวยพรจากแขกในงานนั้นเป็นอะไรที่เราคุ้นเคยกันมานาน แล้วมันยังเป็นเทคนิคที่มีผลที่ดีเยี่ยมอยู่

แต่ในสมัยนี้ เทคโนโลยีและการแชร์เน็ตเวิร์ก เป็นสิ่งสำคัญ จากที่เราแนะนำไว้ในข้อที่ 6 และ 10 เคล็ดลับเหล่านี้เอามาผสมผสานกัยได้!
ผนังปฏิสัมพันธ์ (หรือ หนังสือดิจิตอล) สำหรับให้แขกเขียนข้อความและข้อมูลติดต่อ เป็นกิจกรรมอีกอย่างที่สนุกและเต็มไปด้วยประโยชน์ในงาน

หากคุณมีพนักงานหรือเทคโนโลยีเสริมที่ช่วยแนะนำและเชื่อมต่อแขกของคุณไปยังแขกอีกท่านที่มีแนวโน้มเข้ากันได้ดีกับเขา คุณจะเพิ่มคุณค่าและเกียรติภูมิของแบรนด์คุณได้อย่างมากไปเลย!

21. ขอบคุณทางอีเมล

การเก็บอีเมลของแขกที่มาร่วมงานนั้นสำคัญมากสำหรับการตลาดของแบรนด์คุณ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องการจัดอีเว้นท์อีก
การพูดคุยและส่งข่าวให้กับแขกที่มาร่วมงานคือการแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณใส่ใจและอยากช่วยพวกเขาเรียนรู้ แก้ปัญหา และตอบโจทย์ ไปเรื่อยๆ

ในเคล็ดลับข้อ 6 เราได้แนะนำวิธีเก็บอีเมลที่เรียบง่ายโดยการใช้ Impressius ไปแล้ว

เราแนะนำให้คุณส่งรูปถ่ายติดกรอบโลโก้แบรนด์คุณจาก Impressius ของแขกแต่ละท่านไปในอีเมลขอบคุณของเขา เพื่อให้รู้สึกเป็นการส่วนตังมากขึ้น และเพิ่มเซอร์เวย์สั้นๆ เกี่ยวกับงานเข้าไปด้วยเพื่อให้เขาได้รู้สึกมีเกียรติที่คุณต้องการความคิดเห็นของเขา

เราหวังว่าเคล็ดลับ 21 ข้อนี้จะช่วยให้แบรนด์คุณจัดงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างประสบการณ์และความทรงจำดีให้กับแขกที่มาร่วมงาน ทำให้คุณมุ่งตรงไปสู้เป้าหมายได้เร็วที่สุด!

หากมีคำถามหรือความคิดเห็นเพิ่มเติม เรายินดีจะรับข้อความของคุณทาง หน้าติดต่อ ของเรา