คุณเบื่อมั้ยกับความไม่แน่นอนว่าแผนการตลาดทางโซเชียลมีเดียของคุณนั้นมีผลหรือไม่

ไม่ต้องกังวลเลย เพราะมันเป็นเรื่องปกติ: การวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)

ของการตลาดทางโซเชียลมีเดีย (และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตลาดทางโซเชียลมีเดียสำหรับกิจกรรม) เป็นหนึ่งในบรรดางานทั้งหลายที่ยากที่สุดของงานของนักการตลาด

นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นเอเจนซี่ที่จัดการงบประมาณด้านการตลาดของลูกค้า หรือหากคุณต้องรายงานไปยังผู้บริหารฝ่ายการตลาด (Chief Marketing Officer หรือ CMO)

ในบทความนี้เราจะมาดูตัววัดที่สำคัญบางอย่างที่จะช่วยคุณวัดความสำเร็จของการตลาดของคุณ

เราจะสอนวิธีวัดผลตอบแทนจากการลงทุนของการตลาดทางโซเชียลมีเดียในการเปิดใช้งาน Impressius ของคุณ อ่านจนจบและคุณจะได้เรียนรู้วิธีการพิสูจน์คุณค่าในทันทีต่อผู้จัดการหรือลูกค้าของคุณเมื่อได้ใช้ Impressius ในกิจกรรมของคุณ

อะไรคือผลตอบแทนจากการลงทุนของการตลาดทางโซเชียลมีเดีย

หากคุณใช้แคมเปญอีคอมเมิร์ซที่มีการตอบสนองแบบโดยตรงสำหรับการซื้อ (ตัวอย่าง เช่น การส่งผู้ใช้ไปยังหน้าการขายผลิตภัณฑ์) การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนนั้นง่าย สูตรก็คือ: (กำไรขั้นต้น – การลงทุนด้านการตลาด) / การลงทุนด้านการตลาด ทั้งนี้ มาลองทำทีละขั้นตอน

  1. หารกำไรขั้นต้นที่คุณได้จากการขายผลิตภัณฑ์ผ่านแคมเปญด้วยต้นทุนแคมเปญ
  2. ลบ 1
  3. คูณผลลัพธ์นั้นด้วย 100 และนั่นคือผลตอบแทนจากการลงทุนของคุณที่แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์

ตัวอย่าง

  • คุณได้สร้างอัตราส่วนกำไรขั้นต้นเป็น 72,000 บาทโดยแคมเปญการตลาดโซเชียลมีเดีย
  • คุณใช้ 40,000 บาทสำหรับการโฆษณา

สำหรับแคมเปญการตลาดโซเชียลมีเดียแบบตอบสนองโดยตรงประเภทนี้ ซึ่งเครื่องวัดที่จะต้องติดตามคือจำนวนการซื้อและรายได้ที่ทำ การประเมินมันก็จะง่าย

อย่างไรก็ตาม มันอาจไม่เหมาะสมเสมอไป

แล้วผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแบรนด์ที่มีราคาแพง ซึ่งต้องใช้การดำเนินการของลูกค้าที่ยาวนาน มันจะเป็นอย่างไร

และก็จะมีเรื่องขั้นตอนการรับรู้ และการพิจารณาปัจจัยที่มีอิทธิพลอีกด้วย

Impressius อาจเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดเพียงตัวเดียวที่จะช่วยให้คุณเพิ่มองค์ประกอบที่สำคัญทั้งสามของการรับรู้และการพิสูจน์ทางโซเชียล: การเข้าถึง การแสดง และปฏิสัมพันธ์

ส่วนใหญ่ Impressius ถูกใช้โดยผู้ที่เป็นเจ้าภาพฟังก์ชั่นสาธารณะหรือส่วนตัว และสามารถใช้ได้ในหลากหลายสถานที่

Impressius ส่งเสริมให้แขกในงานมีส่วนร่วมกับคนอื่น ในขณะที่เพิ่มการแสดงออกทางออนไลน์ให้กับแบรนด์ของบริษัทในวิธีที่สนุกและน่าสนใจ

แขกสามารถเดินรอบ ๆ งาน ถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนของตัวเอง หลังจากนั้นพวกเขาสามารถพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ Impressius ที่ได้ติดตั้งในสถานที่นั้นโดยทันที

นอกจากนั้นพวกเขายังแชร์ภาพด้วยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยการแท็กแบรนด์หรือสถานที่ของคุณ

มันเป็นเรื่องง่ายๆ ของการถ่าย พิมพ์ และแชร์ที่สามารถนำพาผู้คนมารวมกันได้

และมันสามารถช่วยให้เพิ่มการเข้าถึง การแสดง และปฏิสัมพันธ์ให้พุ่งจนสูง!

แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับโซเชียลมีเดียอย่างเดียว …

Impressius เชื่อมการปฏิสัมพันธ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

ดึงดูดลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่าที่จะคาดได้

ใช้สติกเกอร์รูปภาพถ่ายที่สามารถแต่งเองที่ได้แชร์ทางออนไลน์ สร้างความประทับใจที่ยั่งยืน และเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าเมื่องานหรือกิจกรรมนั้นจบไปแล้ว

Impressius สามารถให้ประโยชน์แก่ทั้งบริษัทหรือแบรนด์ที่เป็นเจ้าภาพจัดงานเช่นเดียวกับแขกที่เข้ามาร่วมงาน

แต่เดี๋ยวก่อน

ยังมีอีก!

เมื่อคุณได้ใช้ Impressius ในงานหรือกิจกรรมของคุณ คุณจะสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีคุณค่ามากมายที่คุณสามารถใช้สำหรับการวางแผนการตลาดอีกต่อไป

นั่นคือข้อมูลของคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าที่ได้การรับรองแล้ว (Qualified Leads) ซึ่งได้แสดงความสนใจในแบรนด์ของคุณแล้ว

ตอนนี้กลับไปดูที่ตัวเลข

3 ตัวชี้วัดสำคัญทางโซเชียลที่ควรสังเกตในระหว่างทำแคมเปญการรับรู้และการพิจารณาปัจจัยที่มีอิทธิพลที่คุณสามารถติดตามด้วยแดชบอร์ดรายงานของ Impressius:

  1. การเข้าถึง

กล่าวง่ายๆ การเข้าถึงคือจำนวนผู้ชมแต่ละคนที่ได้เห็นเนื้อหาของคุณ คุณสามารถแยกการเข้าถึงเป็นการเข้าถึงแบบออร์แกนิก (Organic Reach) (ผู้ที่เห็นเนื้อหาของคุณเพราะคนอื่นแชร์ให้) และการเข้าถึงที่เกิดขึ้นโดยการซื้อโฆษณา

คำแนะนำ: การเข้าถึงที่เกิดขึ้นด้วย Impressius นั้นเป็นแบบออร์แกนิก 100% ซึ่งมีค่ามากที่สุด!

  1. การแสดง

การแสดงคือจำนวนครั้งที่มีการดูเนื้อหาของคุณ โดยที่บุคคลเดียวกันสามารถเห็นเนื้อหาของคุณได้สี่ครั้งซึ่งจะทำให้เกิดการแสดงสี่ครั้ง

คำแนะนำ: ในแดชบอร์ด Impressius คุณสามารถดูการเข้าถึงและการแสดงของคุณเพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบการขยายที่เกิดขึ้นจริง

  1. การปฏิสัมพันธ์

การมีปฏิสัมพันธ์คือทุกๆ การกระทำที่ผู้คนทำกับเนื้อหาของคุณ ในกรณีส่วนใหญ่หมายความว่ามีบางคนเห็นเนื้อหาของคุณและจากนั้น:

– มีการแชร์ / กล่าวถึงเนื้อหาของคุณ

– มีการโพสต์ความคิดเห็นบนเนื้อหาของคุณ

– มีการไลค์เนื้อหาของคุณ

คำแนะนำ: ใช่ที่คุณเดา! ในแดชบอร์ด Impressius คุณยังสามารถเห็นกระแสที่ได้ถูกสร้างขึ้นในโพสต์ที่แขกของคุณได้อัพโหลด (User Generated Content หรือ UGC)

ดังนั้น ในขณะที่การเข้าถึงและการแสดงให้คุณเห็นว่าเนื้อหาของคุณทำได้ดีเพียงใดในแง่ของการรับรู้ การมีปฏิสัมพันธ์แสดงให้คุณเห็นว่าคุณได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใดจากผู้ที่เห็นเนื้อหาของคุณ

แต่อะไรคือมูลค่าที่แท้จริงของการแสดง การเข้าถึง และการมีปฏิสัมพันธ์เหล่านั้น

ก่อนอื่น เรามาดูราคาตลาดปัจจุบันของบริการขยายสื่อโซเชียลที่คล้ายกันในภูมิภาค

  • 25 บาทต่อการพิมพ์ต่อครั้ง
  • 0.02 บาทต่อการดู
  • 17.2 บาทต่อการแชร์
  • 3.44 บาทต่อไลค์
  • 5.16 บาทต่อความคิดเห็น

สำหรับคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าที่ได้การรับรองแล้ว (Qualified Leads) 10 เหรียญสหรัฐคือมาตรฐาน

มาดูสถิติการใช้งานและค่านิยมตามราคาที่กล่าวข้างต้น ของ Hotel Solitaire ในซอยสุขุมวิท 11 ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยการติดตั้ง Impressiusในระยะเวลา 4 เดือน:

หมายเหตุ: การบรรจุเป็นการเปิดใช้งานในระยะยาว

  • ภาพพิมพ์จริง: 968 / มูลค่า: 24,200 บาท
  • จำนวนการเข้าชม (Facebook + Instagram): 485,333 / มูลค่า: 9,907 บาท
  • แชร์: 384 / มูลค่า: 6,605 บาท
  • ไลค์: 23000 / มูลค่า: 79,120 บาท
  • ความคิดเห็น: 666 / มูลค่า: 3,437 บาท
  • คนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าที่ได้การรับรองแล้ว (Qualified Leads) (ชื่อ อีเมล เพศ ฯลฯ ): 223 / มูลค่า: 75,820 บาท

มูลค่ารวมที่เกิดขึ้นคือ 199,088 บาท

และค่าใช้จ่ายของการเปิดใช้งานก็คือ 47,030 บาท รวมถึงเครื่องและกระดาษพิมพ์

ค่าตอบแทนจากการลงทุน = (มูลค่าสุทธิ – ต้นทุน) / ต้นทุน x 100 = 323%

นั้นแหละ ค่าตอบแทนจากการลงทุนตั้ง 323% จากการเช่าเครื่อง Impressius!

เราชอบมันมาก และหวังว่าคุณก็จะชอบมันเช่นกัน!

แน่นอน ผลที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับการดึงดูดของการใช้งานแต่ละครั้ง

ดังนั้น โปรดไปดูบทความนี้เกี่ยวกับ 21 วิธีในการเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ของงาน และบทความนี้เกี่ยวกับวิธีการเปิดใช้งาน Impressius อย่างให้มีประสิทธิภาพ

ถ้าคุณมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับวิธีการวางแผนการใช้ Impressius เพียงติดต่อเราที่นี่ และเราจะตอบคำถามของคุณให้เร็วที่สุด